บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม เปิดตัวรีแบรนด์ชื่อใหม่ “ยูนิแคริเออร์” แทน “นิสสันฟอร์คลิฟท์”

Keyword:    

         บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด หนึ่งในผู้นำตลาดรถฟอร์คลิฟท์และรถสำหรับคลังสินค้าระดับโลก ประกาศรุกตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ใหม่ ยูนิแคริเออร์ (UniCarriers) แทนชื่อเดิม นิสสัน ฟอร์คลิฟท์ (NISSAN Forklift)  ชูกลยุทธ์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์  การบริหารโครงการขนาดใหญ่ (Fleet management) และเน้นคุณภาพบริการแบบ Direct service มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยองค์รวม ควบคุมและลดต้นทุนทางธุรกิจอุตสาหกรรม ครบวงจรด้วย การขาย การบริการพร้อมอะไหล่แท้ ให้เช่ารถ ให้เช่ารถพร้อมบริหารคนขับ (Fleet management) และบริการฝึกอบรมการขับและบำรุงรักษารถยก ซึ่งได้รับการรับรองจากศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านการขับรถยก พร้อมสนับสนุนด้วยฐานการผลิตหลักในญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายการขายปี 2558 ในประเทศไทย1,500 ล้านบาท  พร้อมลงทุนไอทีรับเศรษฐกิจยุคดิจิตอล
 


          คุณประธานวงศ์ พรประภา (Pratarnwong Phornprapha) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 20 ปีของการดำเนินงาน บจก. สยามกลการอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถ นิสสันฟอร์คลิฟท์ ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากธุรกิจและอุตสาหกรรมชั้นนำทั่วประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสิทธิภาพของธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยให้มีศักยภาพและมั่นคงตลอดมา เราเติบโตก้าวหน้าด้วยการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองทุกความต้องการในการเคลื่อนย้ายสินค้าในทุกอุตสาหกรรมและธุรกิจ Logistics อย่างสมบูรณ์แบบด้วยบริการที่ครบวงจร โดยมีบริษัทในเครือ อีก 3 บริษัทได้แก่   1) บริษัท พี.พี.เอ็น.มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริการให้เช่ารถฟอร์คลิฟท์และบำรุงรักษา    2) บริษัท พีพีเอ็น เร็นทัล แอนด์ เซอร์วิส จำกัด บริการให้เช่ารถฟอร์คลิฟท์และเช่ารถฟอร์คลิฟท์พร้อมบริหารคนขับ หรือ Fleet management     3) บริษัท พี.พี.เอ็น. โปรเฟสชั่นแนล โอเปอร์เรเตอร์ เซอร์วิส จำกัด ดำเนินงานจัดฝึกอบรมหลักสูตรการขับรถยก ได้รับการรับรองโดยศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านการขับรถยก
วิสัยทัศน์ของ บจก. สยามกลการอุตสาหกรรม ก้าวเป็นผู้นำนวัตกรรมรถฟอร์คลิฟท์และรถสำหรับคลังสินค้าระดับโลก ที่มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าในประเทศไทยด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และแผนการบริการแบบ Direct service ที่ดีเยี่ยมสร้างความประทับใจและมั่นใจแก่ลูกค้าทั่วประเทศ  มีไลน์ผลิตภัณฑ์ครบทุกประเภท ได้แก่ รถฟอร์คลิฟท์ดีเซล หรือแก๊ส LPG ขนาด 1-10 ตัน รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า และรถสำหรับคลังสินค้าชนิดต่างๆ  อาทิ Pallet Transporters, Pallet Stackers, Order Pickers, Reach Trucks และ VNA ในการก้าวสู่ปีที่ 21 ของ บริษัทฯ นับเป็นวาระอันสำคัญยิ่งโดยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ยูนิแคริเออร์” (UniCarriers) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่น และ นิสสันฟอร์คลิฟท์ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนารถฟอร์คลิฟท์ที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก โดยผนึกความแข็งแกร่ง ด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ ในการผลิตต่อยอดจาก นิสสันฟอร์คลิฟท์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประวัติการพัฒนารถฟอร์คลิฟท์ระดับโลกมายาวนานกว่า 50 ปี เพื่อมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้นตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศไทยและตลาดโลก
          ชื่อของแบรนด์    “ยูนิแคริเออร์” (UniCarriers)  สะท้อนถึง  Uniqueness, Unity and Universality พลังอันแข็งแกร่งของความโดดเด่นแตกต่าง ความเป็นหนึ่งเดียวกันและความเป็นสากลระดับโลก อัตลักษณ์ของความทุ่มเทต่อโลกและท้องฟ้ากว้าง เปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายไปด้วยกันกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยศักยภาพรอบด้านทำให้ UniCarriers Forklift (ยูนิแคริเออร์ ฟอร์คลิฟท์) มุ่งขยายฐานการตลาดในประเทศไทยและทั่วโลก พัฒนานวัตกรรมและประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเพื่อประเทศไทย โดยมีผลิตภัณฑ์รถครบทุกประเภท เช่น รถฟอร์คลิฟท์ดีเซล หรือแก๊ส LPG ขนาด 1-10 ตัน รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า และรถสำหรับคลังสินค้าชนิดต่างๆ ฐานการผลิตและงานวิจัยพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา  เยอรมัน สวีเดน สเปน จีน”



           ช่องทางการจัดจำหน่าย “ยูนิแคริเออร์” (UniCarriers)  มี 4 สาขาหลักและตัวแทนจำหน่าย 3 สาขา คือ  1. สำนักงานใหญ่ ถ.ศรีนครินทร์     2. สาขาคลองหลวง จ.ปทุมธานี   3. สาขาโคราช จ. นครราชสีมา    4. สาขา จ.ระยอง   ตัวแทนจำหน่าย :    5. สาขาหาดใหญ่ จ.สงขลา    6. สาขาทุ่งสง จ. นครศรีธรรมราช   7. สาขา จ.สุราษฏร์ธานี จุดเด่นของ ยูนิแคริเออร์ ฟอร์คลิฟท์ ตอบรับกระแสความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลและอนาคต โดยผสานประโยชน์ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า สำหรับกระบวนการผลิต ผู้ควบคุมรถ และเจ้าของกิจการ ด้วยแนวคิดดังนี้ สำหรับผู้ควบคุมรถ  1.ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic Design ) ในห้องผู้ควบคุมรถเพิ่มประสิทธิภาพความสะดวกในทำงานยิ่งขึ้น ลดความเหนื่อยล้า  2.ออกแบบและผลิตตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัย (Safety Design and Production)ทำให้ควบคุมรถง่ายและบนพื้นฐานของความปลอดภัยของผู้ควบคุมและผู้ร่วมงาน สำหรับเจ้าของธุรกิจ 3.คุ้มค่าเงินลงทุน เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพรอบด้าน  ช่วยประหยัดการใช้แรงงานและลดต้นทุนทางธุรกิจ 4.ให้ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน   สำหรับการผลิตและธุรกิจ 5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและลดมลพิษ เช่น รถฟอร์คลิฟท์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือชนิดเครื่องยนต์ดีเซล Tier 3 / ตามมาตรฐาน Euro 3  6.สมรรถนะสูง ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและกระบวนการผลิตเป็นไปด้วยความรวดเร็วและปลอดภัย อีกทั้งซ่อมบำรุงรักษาง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ศูนย์บริการรวดเร็วและอะไหล่แท้พร้อมบริการ ทำให้มั่นใจว่าเมื่อรถเสียจะไม่ส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมของลูกค้า  7.เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ทนทานต่อฝุ่นและความชื้นและการควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ออบแบบวงจรด้วยระบบ CAN-BUS สามารถปรับแต่งสมรรถนะให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจอุตสาหกรรม 
ในการเคลื่อนย้ายสินค้าและสอดคล้องกับระบบโลจิสติกส์ของประเทศด้วย  



            คุณประธานวงศ์ พรประภา (Pratarnwong Phornprapha) กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ภาพรวมการนำเข้ารถฟอร์คลิฟท์และรถเคลื่อนย้ายสินค้าในประเทศไทยปี 2558 ประมาณ 5,500 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นแบรนด์ญี่ปุ่น 4,700 ยูนิต หรือประมาณ 90% คาดว่าปีนี้ตลาดรวมในไทยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 4 - 5 % สำหรับยอดขายรวมของ บจก. สยามกลการอุตสาหกรรม ในปี 2557 ที่ผ่านมา 1,300 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายรถฟอร์คลิฟท์ 639 ล้านบาท จำนวน 634 ยูนิต  คิดเป็นสัดส่วนการขาย แบ่งเป็น ภาคกลาง 33% , ภาคเหนือและอีสาน  22%, ภาคตะวันออก  19% , ภาคใต้ 15% และลูกค้ารายใหญ่ 11% , สำหรับในปี 2558 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการขายรวม 1,500  ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเป้ายอดขายรถฟอร์คลิฟท์ 800 ล้านบาท บริษัทฯ มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายการขายด้วยดี ทั้งนี้ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระดับโลก บริการที่ครบวงจรและความทุ่มเทที่เรามอบให้ลูกค้า ความสัมพันธ์จึงมิใช่การซื้อ-ขาย หากแต่เป็นพาร์ทเนอร์หรือหุ้นส่วน  ศักยภาพและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่สั่งสมมากว่า 50 ปี พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญผ่านการอบรมจากประเทศญี่ปุ่นที่จะให้คำปรึกษา ศูนย์บริการลูกค้ามาตรฐานสากลทั้งการซ่อมเบา ซ่อมยกเครื่อง ติดตั้งอุปกรณ์เสริมทุกชนิด หรือปรับสภาพใหม่ (re-furbish)  โดยมีทีมงานคอยเตรียมพร้อม บริการอะไหล่และการจัดส่งอย่างรวดเร็ว  ในด้านแผนงานการตลาดใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบผสมผสาน (Integrated marketing Communication) ทั้งด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์และอีเว้นท์ เสริมสร้างแบรนด์ ควบคู่กับสนับสนุนส่งเสริมศักยภาพแก่ธุรกิจอุตสาหกรรมผ่านงานลูกค้าสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เช่น  การจัดเสวนาหัวข้อ “ติดปีกธุรกิจและอุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล”   เพื่อเปิดมุมมองด้านเศรษฐกิจและโอกาสในธุรกิจอุตสาหกรรม, การจัดการแข่งขัน UniCarriers Golf Par TEE ‘15 ในวันที่ 19 มิ.ย. 58 ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ ชลบุรี นอกจากนี้ยังออกงานแสดงสินค้าต่างๆ   ในด้านแผนการลงทุนนั้น บริษัทฯ จะพัฒนาระบบไอทีทั้งในด้านซอฟท์แวร์และระบบโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานและบริการลูกค้า ส่งเสริมพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยจัดฝึกการอบรมพนักงานทุกระดับมากขึ้น ฝึกอบรมทีมช่างเทคนิคบริการและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ (ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UC step จากญี่ปุ่น) และหัวใจของธุรกิจ คือ บริการหลังการขาย ซึ่งจะต้องรักษามาตรฐานการบริการและคุณภาพงานซ่อมของทีมช่างบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ  ส่วนแนวโน้มและการแข่งขันในตลาด ปี 58 แม้สภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ทรงตัวและอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อของการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่หลายโครงการ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดรถฟอร์คลิฟท์ยังอยู่ในการเติบโตที่ดี ส่วนการแข่งขันแม้ว่าจะมีสงครามราคา แต่ยูนิแคริเออร์ ฟอร์คลิฟท์ โดยสยามกลการอุตสาหกรรมจะมุ่งเน้นให้ลูกค้าตระหนักถึง ความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการในการเคลื่อนย้ายสินค้าที่แปรเปลี่ยนไปตามความต้องการของตลาด รวมถึงความเร็วในการให้บริการ คุณภาพงานซ่อม และจุดเด่นของบริษัทฯคือการบริหารโครงการแบบครบวงจร (Fleet management) ซึ่งให้ความคุ้มค่า ควบคุมเวลา รายจ่าย ความเสี่ยง และบรรลุเป้าหมายตามต้องการ จึงสร้างผลกำไรแก่ลูกค้าได้มากกว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ราคาถูกแต่ด้อยประสิทธิภาพและการบริการถูกลดทอน หรือได้ผลผลิตต่ำกว่าความคาดหวัง  

All rights reserved @2014 Siam Motors Industries Co., Ltd.
BACK TO TOP